กรมประมงเป็นปลื้มหลังส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น 
พืชน้ำมากคุณค่า “ สร้างรายได้ 3หมื่นต่อเดือน”

สาหร่ายพวงองุ่นเป็นสาหร่ายทะเลสีเขียว เม็ดกลมรวมกันเป็นช่อคล้ายกับพวงองุ่น หรือไข่ปลา คาเวียร์ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “Sea grapes” หรือ “Green caviar” สาหร่ายชนิดนี้สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ส้มตำสาหร่ายทะเล แซลม่อนโรล คานาเป้ ฯลฯ 
แถมยังมีวิตามินมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ บี ซี อี และ เค ฯลฯ ที่ร่างกายดูดซับได้ง่าย มีแคลอรี่ต่ำ และกากใยสูง ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารสูงแล้วยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญสามารถช่วยปรับสมดุลในร่างกาย อีกทั้งรักษาความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวได้ดี
ด้วยคุณประโยชน์ที่มากมายจึงส่งผลให้สาหร่ายพวงองุ่น ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศและมีราคาค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300- 800 เยน / 200 กรัม 
(500-1000 บาท/กิโลกรัม) ประเทศเวียดนาม 10 -15 USD / กิโลกรัม (350 -525 บาท/กิโลกรัม) ส่วนภัตตาคารในนครนิวยอร์คมีราคาพุ่งสูงถึง 60 USD / กิโลกรัม (2,200 บาท/กิโลกรัม) ในส่วนของประเทศไทยนั้นราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ (350 บาท/กิโลกรัม) ปัจจุบันสาหร่ายทะเลชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพหลังจากที่กรมประมงได้ส่งเสริมให้เป็นสาหร่ายเศรษฐกิจ
ของประเทศ 
นางสาวมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี กล่าวว่า ในอดีตสาหร่ายพวงองุ่นยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ เนื่องจากอาจจะยังไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ กรมประมงได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและคุณประโยชน์ของสาหร่ายชนิดนี้และต้องการให้คนไทยได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าสูงจึงได้ริเริ่มส่งเสริมเป็นอาชีพเพื่อนำไปสู่ผู้บริโภคอย่างครบวงจร โดยกรมประมงได้มีการวางแผนในการผลักดันให้สาหร่ายพวงองุ่นขึ้นเป็นสาหร่ายเศรษฐกิจซึ่งนอกจากจะเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ถึงคุณประโยชน์และแนะนำเป็นอาชีพใหม่ให้เกษตรกรแล้วนั้นยังได้มีการให้ความสำคัญในด้านอื่นๆ ด้วย ได้แก่ ด้านนโยบายได้มีการจัดทำโครงการขยายผลสู่เกษตรกรทางด้านการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแบบแผงแขวนในบ่อดิน (ศพช.เพรชบุรี 1) ทางกรมฯ โดยมอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรีเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการส่งเสริมให้ความรู้ในทุกด้าน ทั้งการพัฒนาเทคนิคการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์สาหร่ายเพื่อการบริโภคทำให้สามารถเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นให้มีคุณภาพดี การลดขั้นตอนในการเก็บเกี่ยว วิธีการลดต้นทุนค่าแรง และระบบล้างทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกร นอกจากนี้ยังมีหน่วยยงานภายใต้สังกัดกรมประมงที่ร่วมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นให้แพร่ขยายไปยังเขตพื้นที่จังหวัดอื่นในประเทศอีกด้วย ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี เป็นต้น
ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในปี 2558 ที่ผ่านมา กรมประมงได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเพาะเลี้ยงและแปรรูปสาหร่ายเพื่อถ่ายทอดความรู้ เทคนิคและวิธีการเพาะเลี้ยงและแปรรูปสาหร่าย
พวงองุ่นให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจจำนวน 2 รุ่น โดยจัดอบรมที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพรชบุรี ซึ่งจากการติดตามการประเมินผลพบว่าในขนาดพื้นที่ 1 ไร่จากต้นพันธุ์สาหร่ายพวงองุ่นเริ่มต้น 40 กิโลกรัม/ไร่ ใช้ระยะเวลาเลี้ยง 45 วัน มีต้นทุนรวม 67,858.42 บาท/ไร่/ปี ได้ผลผลิตเฉลี่ย 794.25 กิโลกรัม/ไร่ มีกำไรสุทธิ 63.56 บาท/กิโลกรัม และมีอัตราผลตอบแทนสูงถึง 52.414 บาท/กิโลกรัม ซึ่งในปี 2559 กรมประมงได้มีการวางแผนจัดอบรมในหลักสูตรดังกล่าวเพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย นอกจากจะมีการจัดอบรมแล้วทางศูนย์ฯ ยังได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา และผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น และได้ขยายผลด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นต้นแบบฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแบบครบวงจรให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงและผู้สนใจเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ ผลจากการส่งเสริมอย่างจริงจังและต่อเนื่องของกรมประมงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้ใน ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีมีฟาร์มเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นประมาณ 30 ฟาร์ม สามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 30,000 บาท/เดือน และนอกจากนี้กรมประมงยังได้ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงในเขตพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ให้หันมาเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลชนิดนี้จนประสบความเร็จในหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดสมุทรสงคราม ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งถือว่าการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นจะเป็นอาชีพใหม่หรืออาชีพเสริมอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจหันมาศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยงเพื่อสามารถสร้างเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ต่อไปสำหรับท่านใดสนใจเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี กรมประมง โทรศัพท์ 0 3277 0750 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้จาก facebook : ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เกี่ยวกับเรา

ศึกษา สรรหาและวิเคราะห์ข้อมูล ที่น่าสนใจเพื่อเรียบเรียงข่าวเผยแพร่ ได้แก่ ข่าวนโยบาย ข่าวโครงการ ข่าววิชาการ ข่าวส่งเสริมอาชีพ ข่าวอนุรักษ์ และข่าวกิจกรรม เผยแพร่ผลงานของกรมประมงทางสื่อทุกประเภท [อ่านเพิ่มเติม]

ติดต่อเรา

   

JoomShaper